ศูนย์บริการทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยีก้าวหน้าทันสมัย ให้บริการตรวจวินิจฉัยโรคทางรังสีวิทยา ด้วยเครื่องมือชนิดต่างๆ ที่มีเทคโนโลยีระดับมาตรฐานสากล มีความละเอียดแม่นยำสูง พร้อมด้วยทีมงานซึ่งประกอบด้วย รังสีแพทย์ ที่มีประสบการณ์ความชำนาญสูง และนักรังสีเทคนิคที่มีคุณภาพ เพื่อให้การวินิจฉัยโรคทางรังสีวิทยาที่ถูกต้องแม่นยำ พร้อมทั้งการบริการที่รวดเร็ว และประทับใจดุจญาติมิตร
บริการการตรวจวินิจฉัยโรคทางรังสีวิทยา ได้แก่
เอกซเรย์ทั่วไป (general x-ray)
ให้บริการในการถ่ายภาพเอกซเรย์ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เช่น ทรวงอก (ปอดและหัวใจ) ช่องท้อง และกระดูกส่วนต่างๆ เป็นต้น
การตรวจพิเศษด้วยเครื่องเอกซเรย์ดิจิตอล (digital x-ray)
เครื่องเอกซเรย์ดิจิตอลมีความแตกต่างจากเครื่องเอกซเรย์ทั่วไป คือ เครื่องคอมพิวเตอร์จะแปลงรังสีเอกซ์ที่ทะลุผ่านตัวผู้ป่วยให้เป็นสัญญานดิจิตอลแล้วแปลงเป็นภาพในจอมอนิเตอร์ แล้วจึงถ่ายรูปลงฟิล์มเอกซเรย์ทีหลัง หลักการคล้ายๆ กับกล้องถ่ายรูปดิจิตอลที่เราคุ้นเคยกัน ข้อดีคือ แพทย์สามารถถ่ายภาพได้ครั้งละหลายๆ ภาพ ภาพที่ได้จะนำมาปรับแต่งให้มีความคมชัดมากขึ้น ผู้ป่วยจะได้รับรังสีน้อย ส่วนใหญ่จะใช้ในการตรวจวินิจฉัยทางเอกซเรย์ที่เรียกว่าเป็น การตรวจพิเศษ เช่น การตรวจดูกระเพาะอาหาร ตรวจหลอดอาหาร ลำไส้ใหญ่ เป็นต้น ซึ่งเมื่อทำการถ่ายภาพแล้วเครื่องสามารถเก็บภาพด้วยระดับความละเอียดของภาพไว้ ภาพทั้งหมดสามารถเรียกกลับมาดูได้ภายหลัง และยังสามารถปรับแต่งความคมชัดของภาพได้ ขณะตรวจรังสีแพทย์สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหว ของอวัยวะในช่องท้องได้จากจอมอนิเตอร์ของเครื่อง ทำให้สามารถบันทึกภาพได้ทุกขณะที่ทำการตรวจ
การให้บริการการตรวจพิเศษทางรังสีด้วยเครื่องเอกซเรย์ดิจิตอล
เป็นการตรวจสอบพิเศษโดยการ ดื่มแป้งหรือสารทึบรังสีเข้าไปแล้ว รังสีแพทย์จะดูภาพจากจอ มอนิเตอร์ และทำการบันทึกภาพไว้ในระบบดิจิตอล อาทิ
- การตรวจกระเพาะอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น
- การตรวจหลอดอาหาร
- การตรวจลำไส้เล็ก
- การตรวจลำไส้ใหญ่
- การตรวจระบบประสาทในไขสันหลัง เป็นต้น
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิด 4 สไลด์ (Multislice Spiral CT Scan)
บริการตรวจวินิจฉัยโรคด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ชนิด 4 สไลด์ (Multislice Spiral CT) เป็นเครื่องใหม่ที่ทันสมัย และเร็วที่สุดในภาคตะวันออก มีความแตกต่างที่เหนือกว่าเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทั่วไป
เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์รุ่นใหม่นี้สามารถเอกซเรย์สมองได้ในเวลาเพียง 10 วินาที (จากเดิมที่ใช้เวลา 5 - 10 นาที) และสามารถเอกซเรย์ทรวงอกหรือช่องท้องในเวลาเพียง 20 วินาที ได้ภาพทั้งชุดในการกลั้นหายใจครั้งเดียว (จากเดิมที่ใช้เวลาถึง 30 นาที) ซึ่งเร็วขึ้นประมาณ 90 เท่า จากความเร็วนี้ ทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัด ไม่สูญเสียรายละเอียดของอวัยวะที่เคลื่อนที่ตามการหายใจ ไม่เกิดภาพที่ไหวมัวจากการขยับตัวของคนไข้ และทำให้สามารถทำการตรวจในผู้ป่วยเด็กได้โดยไม่ต้องวางยาสลบ เครื่องรุ่นใหม่นี้สามารถตัดภาพได้ถี่ขึ้นด้วยความหนาที่ลดลงจากทุก 1 เซนติเมตรเหลือ 1 มิลลิเมตร ทำให้เห็นรายละเอียดของภาพที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากการลดเวลาในการตรวจ ทำให้ได้รับปริมาณรังสีน้อยลง นอกจากนี้ยังมีความสามารถพิเศษอื่นๆ เช่น
- สามารถสร้างภาพ 3 มิติ หรือสร้างภาพอวัยวะที่มีลักษณะเป็นโพรง ทำให้เห็นภาพเหมือนส่องกล้องเข้าไปดู เช่น กระเพาะอาหาร สำใส้ใหญ่ เป็นต้นสามารถเห็นภาพของเส้นเลือดต่างๆ ทั่วร่างกาย เช่น เส้นเลือดในสมอง เส้นเลือดใหญ่ออกจากหัวใจ เส้นเลือด แขน ขา เป็นต้น
- สามารถสร้างภาพหลายระบบ ทำให้หาตำแหน่งและขนาดของความผิดปกติของเส้นเลือด ก้อนมะเร็ง ทำให้สามารถวินิจฉัย วางแผนการรักษาและผ่าตัดให้ถูกต้องแม่นยำ
อัลตราซาวด์ทั่วไป (Ultrasound)
อัลตร้าซาวน์เป็นวิธีที่ใช้คลื่นเสียงทำให้เกิดภาพของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย โดยใช้หัวตรวจทำหน้าที่คล้ายลำโพงปล่อยคลื่นเสียงออกไปกระทบกับเนื้อเยื่อ และเสียงจะสะท้อนกลับมาที่หัวตรวจอันเดิมที่ทำหน้าที่เหมือนไมโครโฟนไปด้วย หลังจากนั้นคอมพิวเตอร์ก็จะวิเคราะห์และเปลี่ยนรูปแบบของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับออกมาเป็นภาพให้เราเห็น คลื่นเสียงที่ว่ามนุษย์เราจะไม่ได้ยินเพราะว่าเป็นคลื่นเสียงที่มีความถี่สูง พูดง่ายๆ ก็คือ เราใช้วิธีการเดียวกับที่ค้างคาวใช้ในการบอกทิศทาง หรือการใช้โซนาร์ในเรือดำน้ำนั่นเอง เนื่องจากไม่ได้ใช้รังสีเหมือนการเอกซเรย์ ดังนั้นการตรวจโดยใช้เครื่องอัลตร้าซาวน์จึงเป็นวิธีที่ปลอดภัย
ประโยชน์ของอัลตร้าซาวน์
อัลตร้าซาวด์จัดว่าเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากในทางการแพทย์ สำหรับการวินิจฉัยโรคให้แม่นยำขึ้น แพทย์จะใช้เพื่อดูอวัยวะภายในร่างกายต่างๆ เช่น ตับ ถุงน้ำดี ไต ตับอ่อน ม้าม ฯลฯ เป็นต้น ทั้งนี้รวมไปถึงทารกในครรภ์มารดา
อัลตร้าซาวด์ใช้ตรวจอะไรได้บ้าง
- เพื่อดูทารกในครรภ์
- ดูอวัยวะภายในช่องท้อง ตลอดจนส่วนอื่นๆ ของร่างกาย
อัลตร้าซาวด์ทางสูติศาสตร์เพื่อดูทารกในครรภ์
อัลตร้าซาวด์จัดว่าเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มากสำหรับสูติแพทย์ในการประเมินทารกในครรภ์มารดา เพื่อคาดคะเนถึงอายุครรภ์ ความผิดปกติที่มองเห็นได้ เพื่อจะได้วางแผนการดูแลได้ถูกต้อง
โดยทั่วไป สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ในระยะ 3 เดือนแรก แพทย์จะดูจำนวนและความยาวของทารก วัดการเต้นของหัวใจ ตรวจดูความผิดปกติอื่นๆ ของมดลูกและปีกมดลูก สำหรับอายุครรภ์ที่มากกว่านี้ แพทย์จะดูจำนวนทารก วัดขนาดของทารกเพื่อคะเนอายุครรภ์และน้ำหนักทารก ตรวจดูอวัยวะต่างๆของทารก เช่น สมองและกระดูกสันหลัง ใบหน้า ทรวงอกและหัวใจ ช่องท้อง แขนขา นอกจากนี้ก็จะดูรก สายสะดือและวัดปริมาณน้ำคร่ำด้วย
ปัจจุบันนี้ หญิงมีครรภ์ส่วนมากจะได้รับการตรวจอัลตร้าซาวด์อย่างน้อยหนึ่งครั้ง ส่วนจะตรวจช่วงไหนนั้น ขึ้นกับสูติแพทย์เป็นผู้พิจารณา โดยอาจมีข้อบ่งชี้ดังนี้
- คำนวณอายุครรภ์ จากการวัดความกว้างหรือเส้นรอบวงของศีรษะ หรือความยาวของกระดูกต้นขาของทารก เพื่อช่วยคาดคะเนกำหนดคลอดให้แม่นยำมากขึ้น
- เพื่อประเมินการเจริญเติบโตและขนาดของทารกในครรภ์
- สงสัยว่ามีการตั้งครรภ์แฝด
- สงสัยว่ามีภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ เช่น การแท้งบุตร การตั้งครรภ์นอกมดลูก รกลอกตัวก่อนกำหนด เป็นต้น
- การดูความผิดปกติของทารกในครรภ์ที่มองเห็นได้
- การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์
- ดูท่าของทารกตอนใกล้คลอด
- เพื่อช่วยสูติแพทย์ในการทำหัตถการ เช่น การเจาะถุงน้ำคร่ำ
- ประเมินความผิดปกติที่อาจเกิดในมดลูกหรือรังไข่ เช่น เนื้องอกมดลูกซึ่งอาจขัดขวางการคลอด
อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ
ในภาพอัลตร้าซาวด์ธรรมดาจัดเป็นภาพสองมิติ คือเป็นภาพแบนๆมีความกว้างและความยาว อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ เป็นซอฟท์แวร์เพิ่มเติมในเครื่องอัลตร้าซาวด์ 2 มิติ โดยมีคอมพิวเตอร์ช่วยในการแปลงสัญญาณคลื่นเสียงที่ได้รับมาให้เป็นภาพเสมือนจริง ภาพอัลตร้าซาวด์สามมิติที่เป็นภาพเคลื่อนไหวได้ด้วยนั้น เราเรียกว่า อัลตร้าซาวด์ 4 มิติ
สิ่งสำคัญที่ได้จากการตรวจอัลตราซาวด์แบบใหม่ ก็คือ การทำให้ได้ข้อมูลและรายละเอียดที่มากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องของความผิดปกติที่พื้นผิว (Surface Abnormality) เช่น ปากแหว่ง ภาวะที่กระดูกสันหลังโหว่ หรือความผิดปกติของใบหน้าและศีรษะ หรือเนื้องอกที่ผิวบางชนิดที่สำคัญ การเก็บข้อมูลลักษณะ 3 มิติและ 4 มิติ ทำให้สามารถเก็บข้อมูลในลักษณะของปริมาตร (Volume) จึงสามารถพิจารณารายละเอียดได้ในลักษณะหลายระนาบ (multiplanar) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการวินิจฉัยความผิดปกติบางอย่างเช่น เพดานโหว่ เป็นต้น
การตรวจอัลตราซาวด์ในการตั้งครรภ์ปลอดภัยหรือไม่
อัลตราซาวด์มีความปลอดภัยสูง สามารถตรวจได้ตลอดการตั้งครรภ์โดยไม่จำกัดจำนวนครั้ง จนถึงปัจจุบันมีการใช้อัลตราซาวด์ทางสูติศาสตร์มาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี มีสตรีกว่า 50 ล้านคน ที่ได้รับการตรวจอัลตราซาวด์ในระหว่างการตั้งครรภ์ไม่มีรายงานพบว่าก่อให้เกิดความผิดปกติในทารก นอกจากนั้นยังมีการรับรองเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถาบันอัลตราซาวด์ทางการแพทย์แห่งอเมริกาว่า การตรวจอัลตราซาวด์ระหว่างการตั้งครรภ์ไม่มีผลเสียใดๆ เกิดขึ้น
เอกซเรย์เต้านม (Mammography)
บริการตรวจเอกซเรย์เต้านมด้วยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammography) ซึ่งเป็นเครื่องเอกซเรย์ชนิดพิเศษที่ผู้ใช้บริการจะได้รับรังสีต่ำ สามารถแยกความแตกต่างของไขมัน และเนื้อเยื่อชนิดต่าง ๆ ของเต้านมชัดเจน เป็นเครื่องมือที่ให้ผลถูกต้องและแม่นยำสูง สามารถเห็นเนื้อเยื่อที่เป็นมะเร็ง ระยะเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี
เอกซเรย์ฟัน (Panoramic view)
เป็นเครื่องเอกซเรย์ฟันโดยเฉพาะ ใช้เพื่อช่วยในการวินิจฉัยปัญหาทางด้านทันตกรรม
Dexa Bone Densitometer
เป็นเครื่องตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก รุ่นใหม่ล่าสุด สามารถวินิจฉัยภาวะกระดูกพรุนซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดกระดูกหัก ได้อย่างแม่นยำสูงสุด
Magnetic Resonance Imaging
เป็นเครื่องตรวจวินิจฉัยภาพร่างกายด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความเข้มข้นสูง สามารถประมวลผลและสร้างภาพเหมือนจริงด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ ให้ความละเอียดคมชัด ปกติเครื่องดังกล่าวมักจะอยู่ในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยและโรงพยาบาลขนาดใหญ่ แต่ปัจจุบันสามารถทำได้ที่จังหวัดจันทบุรี ไม่ต้องเดินทางเข้าส่วนกลางเหมือนเมื่อก่อน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม>>
นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังเป็นศูนย์ติดต่อประสานงานในการทำการวินิจฉัยโรค โดยเทคโนโลยีระดับสูงของเครือข่าย เช่น การตรวจ MRI การตรวจวินิจฉัยมะเร็งโดยเทคโนโลยี PET/CT ที่ใหม่ล่าสุดของเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ
สถานที่ และวัน เวลาที่ให้บริการ
ศูนย์รังสีวินิจฉัย โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี
อยู่ชั้น 1 เปิดให้บริการเอกซเรย์ทั่วไป 24 ชั่วโมง
** การตรวจพิเศษบางชนิดต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนตรวจจึงควรทำการนัดล่วงหน้า เพื่อการเตรียมตัวที่ถูกต้องทำให้ได้ผลการตรวจที่ดีและรวดเร็ว
ทีมแพทย์ศูนย์รังสีวินิจฉัย
ติดต่อสอบถามรายละเอียด
โทร 039-319888 ต่อ 9812
โทรสายตรง 039-319812